Thread & Tale Collection: เมื่อผ้าทอท้องถิ่นถูกเล่าใหม่
ให้เป็นแฟชั่นมุสลิมร่วมสมัย
Innovation
Thread & Tale Collection: เมื่อผ้าทอท้องถิ่นถูกเล่าใหม่
ให้เป็นแฟชั่นมุสลิมร่วมสมัย
Innovation
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แฟชั่นมุสลิมในไทยเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ปัญหาหนึ่งที่ยังเหมือนเดิมคือ
“เสื้อผ้ามุสลิมส่วนใหญ่ยังใช้วัสดุสังเคราะห์ และมีรูปแบบใกล้เคียงกันจนขาดตัวตน”
Thread & Tale Collection เกิดขึ้นเพื่อเปลี่ยนสิ่งนี้ ด้วยการหยิบ ผ้าฝ้ายและลินินทอมือจากชุมชนไทย มาเล่าใหม่ให้เป็นแฟชั่นที่ร่วมสมัย
ทันสมัย และตอบโจทย์อัตลักษณ์ของผู้หญิงมุสลิมอย่างแท้จริง
นี่คือการผสมผสานระหว่าง งานหัตถกรรมพื้นบ้าน + ภาษาดีไซน์ใหม่ + แนวคิด sustainability ที่ยกระดับผ้าทอให้กลายเป็นเสื้อผ้าพรีเมียมได้อย่างสง่างาม
I จุดเด่นของคอลเลกชัน: เมื่อผ้าธรรมชาติถูกตีความใหม่ด้วยดีไซน์รุ่นใหม่
1) HAPTIC Cotton Abaya: จากผ้าฝ้ายแม่แจ่ม สู่ Abaya แบบ Natural-Minimal
ใช้ผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติจากชุมชนแม่แจ่ม
ตีความใหม่จาก “โทนสดใสแบบดั้งเดิม” ให้เป็นโทนขรึม สงบ และเท่
ทำให้ Abaya มีความ modern ขึ้น แต่ยังใส่ง่ายและสุภาพ
เนื้อผ้าให้สัมผัสธรรมชาติแบบที่วัสดุสังเคราะห์ไม่สามารถเลียนแบบได้
2) SISTERS Dress: เดรสทอมือที่เรียบง่าย แต่ดูแพงในแบบ Eco-Minimal
ผสมผสานผ้าฝ้าย–ลินินทอมือจากปากช่อง
เน้นโทนธรรมชาติ ไม่ย้อมสี ดูอบอุ่นและ organic
มีดีเทลงานปักเล็ก ๆ ช่วยเพิ่มคาแรกเตอร์
ใส่คู่กับ Haptic Dress ได้ เป็นลุคที่สมบูรณ์มากขึ้น
3) ROADTRIP Thobe: Thobe ในภาษาดีไซน์ใหม่ที่ใส่ได้ทั้งครอบครัว
ผ้า cotton-linen จากอินเดีย
พิมพ์ลายแบบร่วมสมัยที่ทำให้ Thobe ดู modern ไม่เชย
มีทั้งผู้ใหญ่และเด็ก เพิ่มภาพลักษณ์ family style
ความงามของคอลเลกชันนี้ไม่ใช่แค่เสื้อผ้า แต่คือ การตีความผ้าทอท้องถิ่นให้เป็นแฟชั่นที่ขายได้จริงในตลาดพรีเมียม
I นวัตกรรมเชิงออกแบบที่ “เพิ่มมูลค่า” ให้ผ้าทอได้มากกว่าเดิม
สิ่งที่แบรนด์ทำไม่ใช่แค่ตัดเย็บผ้าทอให้เป็นเดรส แต่คือการวางระบบผลิตแบบ Limited Collection ซึ่งสร้างผลลัพธ์สำคัญ:
1) วัตถุดิบธรรมชาติกลายเป็นงานแฟชั่นราคาสูง
ผ้าทอมือที่เคยขายในราคาตามกิโล → ถูกแปลงเป็นเสื้อผ้าดีไซน์พิเศษที่ขายได้สูงกว่าเดิมหลายเท่า
2) งานทอที่ผลิตได้ไม่มาก → ถูกใช้เป็นจุดขายแทนปัญหา
เพราะการผลิตจำกัด กลายเป็นเหตุผลที่ทำให้คอลเลกชันดูพรีเมียม มีความเฉพาะตัว และมีคุณค่าทางแบรนด์
3) เพิ่มรายได้สู่ชุมชนอย่างตรงจุด
ยิ่งดีไซน์มีมูลค่าสูง คนทอก็มีรายได้มากขึ้น และวงจรนี้ช่วยให้หัตถกรรมยังคงอยู่
I ทำไมคอลเลกชันนี้ถึง “พรีเมียมแบบมีเรื่องเล่า”
เพราะทุกชิ้นไม่ใช่เสื้อผ้า แต่เป็น การเชื่อมโยงระหว่างแฟชั่น – วัฒนธรรม – ชุมชนท้องถิ่น
ลูกค้าจึงไม่ได้ซื้อแค่เดรส แต่ซื้อ:
ความอบอุ่นจากมือผู้ทอ
วัสดุธรรมชาติที่เป็นมิตร
เรื่องเล่าของไทยในบริบทแฟชั่นมุสลิม
นี่คือการพิสูจน์ว่า “ผ้าทอไทยสามารถไปถึงตลาดแฟชั่นระดับพรีเมียมได้จริง หากมีดีไซน์และการเล่าเรื่องที่ถูกต้อง”